วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

แจกสูตรปาท่อง

 แจกสูตรปาท่องโก๋ยอดฮิต

สร้างรายได้ ทำง่าย  อร่อยเรียกแขก





อาหารเช้ายอดฮิต ไม่พ้นปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ กระแสที่มาแรงตอนนี้ปาท่องโก๋การบินไทย แต่หนึ่งอยู่นครสวรรค์จะนั่งรถตู้ไปกรุงเทพ ฯ ต่อคิวซื้อปาท่องโก๋  2  ชุดแล้วกลับก็ใช่ที่ แต่ก็อยากกินมาก ๆ ถ้ามีโอกาสอยากลองสักครั้ง 


คิด ๆ ๆ อยากกินทำยังไ  ความคิดบรรเจิดเกิดไอเดีย เรื่องแบบนี้ต้องถึงหูครูนี  (ครูสุปรียา  พรมบุรมย์) เพราะฉายาของครูคือ "คาว หวาน ครบหมด จบที่ครูนี" เลยขอร้องให้ครูสอน ครูตกปากรับคำตอบรับทันที  เมื่อไหร่ นัดมาเดี๋ยวครูจะสอนสังขยาชาไทย กับใบเตยให้ด้วยเพราะกินคู่กัน อะไรจะว้าว.....กว่านี้อีกครูชอบแถม





ดังนั้นศิษย์เก่าศิษย์ใหม่ของศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ ฯ รีบกระจายข่าวนัดกันมาเรียนการทำปาท่องโก๋โดยเร็ว  สบายใจเลยครูมีสูตรปาท่องโก๋ ไม่ต้องกลัวได้กินแน่นอน 


พอถึงวันเรียน ก่อนเรียนครูอธิบาย ทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน  บอกสูตรและวิธีทำอย่างละเอียดเตรียมของตามนี้




สูตรปาท่องโก๋

ส่วนผสม 

แป้งสาลีอเนกประสงค์   1 กิโลกรัม 

ยีสต์                            1 ช้อนชา

น้ำสะอาด             660   กรัม

น้ำตาลทราย               3   ช้อนโต๊ะ

เกลือ                        20   กรัม

แอมโมเนีย                 3    ช้อนชา

ผงฟู                         1  ช้อนชา

เบกกิ้งโซดา           ¼   ช้อนชา

ไข่ไก่                     2    ฟอง

น้ำมันปาล์ม            40    กรัม




วิธีทำปาท่องโก๋

  1. ผสมน้ำ  น้ำตาล  เกลือ คนให้ละลาย  แล้วใส่เบกกิ้งโซดา แอมโมเนีย คนให้ละลายใส่ผงฟู ไข่ไก่คนให้ไข่แตกใส่น้ำมันปาล์ม





  1.  ร่อนแป้ง ใส่ยีสต์คนให้เข้ากันทำหลุมแล้ว   ค่อย ๆ เทส่วนผสมข้อ 1 ใช้มือคนให้เข้ากัน ห้ามนวด เมื่อเข้ากันดีแล้วให้ใช้มือช้อนพร้อมหมุนกะละมัง เป็นการเก็บอากาศเพื่อให้แป้งฟูและเนียนเร็วยิ่งขึ้น





  1. นำภาชนะมาปิดหรือใช้ฟิล์มปิดอาหาร ไม่ให้โดนลมประมาณ  3-4 ชั่วโมงและให้กลับแป้งทุก ๆ 1 ชั่วโมง 




  1. เมื่อหมักแป้งที่ได้แล้วให้เทแป้งลงบนโต๊ะที่โรยแป้งนวล (แป้งสาลีอเนกประสงค์) เล็กน้อย เพื่อไม่ให้แป้งติดโต๊ะ  จากนั้นโรยแป้งนวลบนแป้งปาท่องโก๋เล็กน้อยแล้วคลุมปิดด้วยผ้าขาวบาง 







  1. ตัดแบ่งออกมากว้าง 2 นิ้วแล้วยืดแป้งให้เป็นแผ่นกว้าง 2 นิ้วหนาประมาณครึ่งนิ้วแล้วตัดแบ่งชิ้นเท่ากัน





  1. ใช้ตะเกียบจุ่มน้ำ มาแตะลงกลางแป้ง ชิ้นเว้นชิ้น นำชิ้นที่โดนน้ำและไม่โดนน้ำมากประกบกัน กดตรงกลาง ยืดออกเล็กน้อย





  1. ใส่ลงกระทะทอดไฟกลางค่อนข้างอ่อนใช้ตะเกียบ คอยกลับจนสุกเหลืองแล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันเสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมน้ำเต้าหู้หรือจิ้มสังขยา




ทั้งหมดคือภาคทษฎี  ที่ทุกคนต้องทราบ วัตถุดิบและขั้นตอนการทำปาท่องโก๋ อย่างละเอียด


ในความเป็นจริงพอถึงเวลาทำ  ทุกคนที่เรียนสามารถ ออกแบบผลงานความคิดของตัวเองได้เลย ครูนีให้อิสระ ความคิดที่จะรังสรรงาน ต่อยอดจากความรู้ที่เรียนมาให้เต็มที่ สวยหรือไม่สวย ดีหรือไม่ดี ขอให้ได้ลงมือทำ เพราะผลงานเป็นของเราเอง มีชิ้นเดียวในโลกและแล้วงานนี้ หนึ่งนึกถึงปาท่องโก๋รูปสัตว์ ร้านดังที่เคยออกข่าว เลยขอลองทำบ้าง "ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์"



รูปต้นแบบ สิ่งที่คิด


นำรูปมาจาก https://www.kinraideewa.com/pla-tong-kho-ko-neng/



ผลงาน สิ่งที่ได้ 





ครูนีบอกว่าเหมือนมากค่ะ "พุดเดิ้ล"
  
 

ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ ตัวนี้ทำให้การเรียนวันนี้มีสีสัน หัวเราะในความเหมือนที่แตกต่าง บ้างบอกตุ๊กแก บ้างบอกหมา เรียกเสียงฮาไปอีก สิ่งที่คิด กับสิ่งที่ได้ อาจไม่สมใจเสมอไป แต่สิ่งที่ได้แน่นอนคือ  คิดแล้วลงมือทำ ทุกอย่างจะตามมาเอง ถึงอย่างไรไปเชียงใหม่ หนึ่งก็จะไปชิมไดโนเสาร์ต้นตำรับให้ได้ 


อร่อยเรียกแขก ความแปลกที่ต้องลิ้มลอง 

รสชาติของปาท่องโก๋ รสสัมผัสที่ได้จากการกัดคำแรก  กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน ไม่มีกลิ่นแอมโมเนีย  หนึบ ๆ นิด เป็นเสน่ห์ของ แป้งปาท่องโก๋ที่ใช้โดยเฉพาะ  อร่อยเคี้ยวเพลินมาก  ทอดเช้ากินเย็น  ปาท่องโก๋ก็ยังมีความนุ่มอยู่


เพิ่มความอร่อยด้วยน้ำจิ้มเอ้ย ซอสสังขยาชาไทยและสังขยาใบเตยอีก โอ้ย !!! ชิมกันจนปาท่องโก๋หมดกระทะ คนทอด ๆ ไม่ทันเลย




สังขยาชาไทย




สังขยาใบเตย






ปาท่องโก๋จุ่มซอสสังขยาใบเตย



สูตรเด็ด เคล็ดอร่อย

  1. เวลาทอดไฟไม่แรงเกินไป ถ้าไฟแรงทำให้แป้งด้านนอกไหม้ด้านในไม่สุก และมีรสขมแป้งนวลที่ไหม้   ถ้าไฟอ่อนเกินไปแป้งจะอมน้ำมัน แข็งกระด้าง

  2. ตอนผสมแป้งอย่านวดแป้ง

  3. ละลายแอมโมเนียกับน้ำ คนตลอดจะกว่าทุกอย่างจะละลายและเป็นการลดกลิ่นแอมโมเนียด้วย


ขอบคุณครูนีที่ช่วยสอนการทำปาท่องโก๋วันนี้นะคะ  ทั้งอร่อย  ทั้งสนุก  ลูกศิษย์สามารถนำไปทำทานเองได้  บ้างก็นำไปประกอบอาชีพ  บ้างก็นำไปต่อยอดร้านอาหารที่ทำอยู่ 


ขอย้ำเลยว่าสูตรที่ให้ไป  สามารถนำไปทำขายได้  ต้องการส่งเสริมคนมีอาชีพ  มีรายได้เพิ่ม


คราวหน้าหนึ่งจะมีเมนู อร่อย ๆ ง่าย ๆ มาฝากอีกนะคะ ช่วยติดตามและเป็นกำลังใจหนึ่งด้วยค่ะ


อ้างอิง สูตรขนมและสถานที่เรียนจากศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ (วิทยาลัยในวัง) นครสวรรค์ 


———————

ช่องทางการติดต่อ

Facebook : Faccebook

Pinterest : Pinterest


วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

ขนมไทยอะไรเอ่ย ?

ขนมไทยอะไรเอ่ย ?

ขนมตะลุ่ม ขนมไทย ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก

 
 

ขนมตะลุ่มรู้จักไหมคะ …. แล้วขนมถ้วยหน้าสังขยารู้จักไหมคะ บางคนรู้จักตะลุ่มอย่างเดียว บางคนรู้ขนมถ้วยหน้าสังขยาอย่างเดียว แต่ความจริงทั้ง 2 อย่างคือขนมชนิดเดียวกันค่ะ ตะลุ่มเป็นขนมไทย มีมาตั้งแต่โบราณ ลักษณะเหมือนขนมถ้วยหน้ากะทิ แต่เป็นขนมถ้วยหน้าสังขยา ปัจจุบันหาทานยากมาก เด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก โดยเฉพาะหนึ่งเองก็เพิ่งรู้จักเหมือนกันไม่เคยได้ยินชื่อ และไม่เคยเห็นหน้าตาขนมนี้เลย 


 

ตะลุ่ม หรือ ขนมถ้วยสังขยา 

นึกถึงตอนเด็ก หนึ่งเห็นป้าแก่ ๆ คนนึงหาบขนมถ้วยขาย เดินผ่านบ้านใครพร้อมตะโกนร้องเรียกเสียงอ่อนเสียงหวานว่า ขนมถ้วยมาแล้วจ้า…..หวานมันอร่อยนะจ๊ะ ขนมถ้วยจ้า ใครได้ยินเสียงแม่ค้าก็รีบขานรับ วิ่งตามมากันเป็นแถว ราคาขายถ้วยเล็ก 4 ถ้วย 1 บาท ถ้วยใหญ่ 2 ถ้วย 1 บาท วางเรียงรายในหาบ ถ้วยเล็กถ้วยใหญ่เลือกกันตามใจชอบ ที่สำคัญมีไม้ไผ่เป็นรูปพายเล็ก ๆ ใช้ตักกินแทนช้อน โอ้ย ๆ … คิดถึงวัยเด็กจัง วันเวลาเปลี่ยนไป ไม่ค่อยมีใครทำขนมถ้วยขาย ปัจจุบันก็เลยหาทานได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 


 
ขนมถ้วยหน้ากะทิ 

จนวันนึง หนึ่งได้เรียนทำขนมไทย มีชื่อขนมว่า "ตะลุ่ม" หรือ "ขนมถ้วยหน้าสังขยา" พอฟังชื่อก็ไม่คุ้นเลย หน้าตาก็นึกไม่ออก จะเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าเราไปรู้จักพร้อม ๆ กันเลย 
ขนมถ้วยสังขยาจะมีทั้งหมด 2 ชั้น ด้านล่างเรียกว่า "ตัวขนม" มีสีเขียวกลิ่นใบเตย หรือจะเป็นสีขาวกลิ่นมะลิ (ไม่ใส่สี) บางที่จะเป็นสีม่วงอัญชันก็ได้ ส่วนด้านบนเรียกว่า "หน้าขนม" เป็นสังขยา วิธีทำก็ไม่ยากทำตามได้เลยค่ะ 


ขนมถ้วยสังขยาตัวน้ำลอยดอกมะลิ 

ขนมถ้วยสังขยาหรือตะลุ่ม 

ส่วนผสมตัวขนม

 แป้งข้าวเจ้า                                       90   กรัม
 แป้งถั่วเขียว                                      20   กรัม
 แป้งท้าวยายม่อม                              50  กรัม
 น้ำตาลปี๊บ                                        200  กรัม
 น้ำตาลทราย                                    100  กรัม
 หางกะทิ                                           380  กรัม

 วิธีทำ

1. หางกะทิผสมกับน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย คนจนละลาย (1) 
2. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกันแล้วค่อย ๆ ใส่น้ำหางกะทิ (1) ใส่พอนวดได้
3. นวดประมาณ 10 นาที จึงใส่น้ำเชื่อมหางกะทิ (1) ที่เหลือ เพื่อคลายแป้ง 
4. กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงละเอียด แล้วนำไปหยอดถ้วยที่นึ่งแล้ว
5. ตักหยอดประมาณครึ่งถ้วย ตั้งไฟ นึ่ง ใช้ไฟแรง 5 นาที

 
 

ส่วนผสมของหน้าสังขนม (สังขยา)

หัวกะทิ                                    300      กรัม
น้ำตาลมะพร้าว                          85      กรัม 
 แป้งข้าวเจ้า                              15      กรัม
 เกลือ                                          2      กรัม 
 ไข่เป็ด                                        3     ฟอง 
 ไข่ไก่                                          2     ฟอง 
 ใบเตย                                      10      ใบ 

วิธีทำ 

1. ตอกไข่เป็ด ไข่ไก่ใส่ชามอ่าง ใส่น้ำตาลมะพร้าว ตามด้วย แป้งข้าวเจ้า
2. นำใบเตยลงไปขยำจนน้ำละลายดี ใส่หัวกะทิคนให้เข้ากัน
3. กรอง โดยใช้กรองละเอียดเพื่อนำเศษใบเตยและสิ่งที่ไม่ต้องการออก 


 

หลังจากนึ่งตัว 5 นาทีแล้ว หยอดหน้าขนมให้เต็มแล้วนึ่งต่อ 15 นาทีใช้ไฟเบาจะได้หน้าเนียนสวย บางคนอาจชอบหน้าฟู ก็สามารถใช้ไฟแรงได้นะคะ 

 

พอนึ่งเสร็จหน้าตาก็จะสวยแบบนี้ 


มาลองลิ้มชิมรสขนมถ้วยสังขยากัน แค่จับกลิ่นน้ำลอยดอกมะลิเตะจมูกยวนยั่วน่าทาน รสสัมผัส ละมุน นุ่มลิ้น แป้งด้านล่าง นุ่มหนึบเบาๆ หวานนิด ๆ สังขยาหวานน้อย หอม มัน ทานด้วยกัน อร้อยอร่อย เข้ากันจริง ๆ


 ขนมถ้วยสังขยา ตัวขนมใบเตย 

ทำไม่ยากเลยใช่ไหมคะ แถมอร่อยด้วย ใครต้องการมีรายได้เพิ่ม ทำตามได้เลยค่ะ ช่วยกันสืบสานขนมไทย ซึ่งนับวันจะหายากแล้ว อย่าให้สูญหายไป ทำทานเองก็ได้ ทำขายก็ดี เป็นของฝากไม่น้อยหน้าใคร 

ขอย้ำเลยว่า สามารถนำไปทำขายได้ รับรอง "อร่อยเรียกแขก ความแปลกที่ต้องลิ้มลอง ขายได้ ขายดีแน่นอน" 

สูตรเด็ด เคล็ดอร่อย

 ไข่ไก่ ไข่เป็ด ต้องสดใหม่เลี้ยงตามธรรมชาติไข่จะแดงสวย 
น้ำตาลมะพร้าวใช้อย่างดีจะได้ความหอม หวานลงตัว
แป้งต้องนวดให้ได้ที่จะหนึบเหนียวอร่อยลิ้น 
กะทิขาวคั้นสดใหม่ ก่อนจะเข้าเครื่องขูด ปอกผิวสีน้ำตาลที่ติดผิวออกให้หมด จะได้น้ำกะทิสีขาวนวลน่าทานยิ่งขึ้น 

คราวหน้าหนึ่งจะมีเมนู อร่อย ๆ ง่าย ๆ มาฝากอีกนะคะ ช่วยติดตามและเป็นกำลังใจหนึ่งด้วยค่ะ

 อ้างอิง สูตรขนมมาจากศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ (วิทยาลัยในวัง) นครสวรรค์ 

———————
ช่องทางการติดต่อ
Facebook :  Facebook
Pinterest : Pinterest